0%
logo

อมตะ: นักฆ่าแห่งความมืด (Immortal: Dark Slayer)

Immortal: Dark Slayer – อัศวินผู้ร่วงหล่นที่ท้าทายความมืด ⚔️

Immortal: Dark Slayer คือเกมแอ็กชัน RPG มุมมองจากด้านบนที่พาผู้เล่นเข้าสู่ดินแดนแฟนตาซีสุดมืดมน เต็มไปด้วยปีศาจ ซากศพเดินได้ และความโกลาหลที่ค่อย ๆ กลืนกินทุกสิ่ง คุณสวมบทเป็น Fallen Knight หรือ “อัศวินผู้ร่วงหล่น” ที่ควรจะตายไปแล้ว แต่กลับลุกขึ้นมายืนหยัดอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายเดียวคือกวาดล้างความมืดที่กำลังทำลายอาณาจักร

ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจจากระบบต่อสู้ที่โหดดุเดือดในแนวเดียวกับเกมสายฮาร์ดคอร์อย่าง Dark Souls และ Elden Ring แต่ปรับมาใช้มุมมองจากด้านบน พร้อมระบบควบคุมที่เข้าใจง่ายและตอบสนองไว ทำให้ทั้งผู้เล่นสายเก๋าและผู้เล่นใหม่สามารถสนุกไปกับความท้าทายได้เต็มที่ 💀


Immortal: Dark Slayer คือเกมแบบไหน?

แก่นของ Immortal: Dark Slayer คือคำว่า “ทุกก้าวต้องแลกมา” ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ ทุกห้องมีโอกาสเป็นจุดจบของคุณ ทุกศัตรูเป็นภัยคุกคามจริง ๆ และทุกชัยชนะ—even กับศัตรูธรรมดา—จะรู้สึกเหมือนคุณ “เอาชีวิตรอดมาได้จริง ๆ”

จุดเด่นของมุมมองจากด้านบนคือ คุณจะสามารถ:

  • มองเห็นพื้นที่การต่อสู้ทั้งหมดได้ชัดเจน

  • เดาทางการซุ่มโจมตีของศัตรูและตำแหน่งกับดักต่าง ๆ

  • วางแผนการเคลื่อนที่ เลี้ยงศัตรู หรือดึงออกมาสู้ทีละตัว

  • สังเกตรายละเอียดของโลก ไม่ว่าจะเป็นธงฉีกขาด ศพเกลื่อนพื้น หรือซากปราสาทที่พังทลาย

คุณไม่ได้เล่นเป็น “วีรบุรุษผู้เพียบพร้อม” แต่เป็นอัศวินแตกหักที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความล้มเหลว ทว่าในโลกที่ทุกอย่างใกล้ดับสูญ เขายังเลือกที่จะลุกขึ้นมาสู้ต่อ

เนื้อเรื่องไม่ได้เล่าผ่านคัตซีนยาว ๆ แต่ซ่อนอยู่ใน:

  • บันทึก จดหมาย และข้อความที่กระจัดกระจายตามฉาก

  • ภาพบาดแผลของสนามรบในอดีต

  • ตัวละครลึกลับที่พูดจาเชิงเปรยและเปี่ยมไปด้วยความนัย

  • การออกแบบด่านแต่ละพื้นที่ที่บอกเล่าการล่มสลายของอาณาจักรแบบเงียบ ๆ

ถ้าคุณชอบโลกแฟนตาซีมืดหม่น เต็มไปด้วยเรื่องราวโศกนาฏกรรมและความลับที่รอให้ค้นหา Immortal: Dark Slayer จะกลายเป็นหนึ่งในเกมที่คุณจดจำได้ไม่ยาก 🔥


ระบบการต่อสู้: โหด ดุ แต่ยุติธรรม

หัวใจของเกมนี้คือ ระบบต่อสู้ที่ต้องใช้ทักษะจริง ไม่ใช่แค่กดรัว ๆ แล้วชนะ ศัตรูในเกมตีแรง ล้มคุณได้เร็วถ้าประมาท แต่ในทางกลับกัน เกมก็ให้เครื่องมือและสัญญาณมากพอให้คุณเรียนรู้และรับมือได้เสมอ

แกนหลักของการต่อสู้

ตัวละครของคุณจะมีคำสั่งหลัก ๆ ที่ดูเหมือนง่าย แต่มีรายละเอียดให้ฝึกฝน:

  • โจมตีเบา & โจมตีหนัก

    • โจมตีเบา: เร็ว ปลอดภัย เหมาะกับการคอมโบและเช็คจังหวะ

    • โจมตีหนัก: ช้าแต่แรง สามารถทำให้ศัตรูเสียจังหวะหรือล้มได้
      การสลับใช้สองแบบอย่างมีชั้นเชิงคือกุญแจสำคัญของสไตล์การเล่น

  • กลิ้งหลบ (Dodge / Roll)
    แทนที่จะยืนรับหน้า คุณต้องใช้การกลิ้งเพื่อ “ลอดผ่าน” การโจมตี การเข้าใจระยะเวลาที่ตัวละครเป็นอมตะชั่วขณะ (i-frame) จะช่วยให้คุณหลบการโจมตีที่ดูเหมือนหนียากได้อย่างหวุดหวิด

  • ป้องกัน & โต้กลับ
    หากคุณชอบสไตล์ตั้งรับ การใช้โล่หรืออาวุธรองเพื่อป้องกันคือสิ่งที่ตอบโจทย์ การปัดคมอาวุธของศัตรูด้วยจังหวะที่พอดีอาจทำให้ศัตรูชะงัก และเปิดช่องให้คุณสวนกลับอย่างรุนแรง

  • สกิลพิเศษและท่าประจำตัว
    เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ คุณจะได้ปลดล็อกท่าพิเศษ เช่น

    • ท่าพุ่งเสียบ

    • ท่าฟาดพื้นสร้างคลื่นกระแทก

    • ท่าฟันที่อาบพลังมืด

    • ท่าโจมตีวงกว้างเพื่อจัดการกลุ่มศัตรู
      สกิลเหล่านี้ช่วยปรับจังหวะการต่อสู้และทำให้แต่ละสายการเล่นมีเอกลักษณ์

ทุกการปะทะในเกมไม่ใช่แค่ “มอนตัวหนึ่ง” แต่เป็นเหมือนดวลสั้น ๆ ที่คุณต้องโฟกัส หากหลุดสมาธิเพียงเสี้ยววินาที ศัตรูธรรมดาก็อาจพาคุณกลับไปจุดเช็คพอยต์ได้ทันที 😈


ควบคุมง่าย แต่การตัดสินใจลึกซึ้ง

แม้เกมจะมีความยาก แต่การควบคุมกลับ เข้าใจง่ายและลื่นไหล ปุ่มเดิน โจมตี กลิ้งหลบ และใช้สกิล ถูกจัดวางให้ง่ายต่อการเรียนรู้ สิ่งยากไม่ใช่การกดปุ่ม แต่คือการ “เลือกใช้ให้ถูกเวลา”

สิ่งที่คุณต้องคิดอยู่ตลอดคือ:

  • พลังชีวิต (HP)
    จะเดินหน้าต่อทั้ง ๆ ที่เลือดเหลือน้อย หรือจะถอยไปตั้งหลักดี? การดื้อไปต่อเพียงหวัง “ใกล้ถึงประตูแล้ว” มักจบที่จอ Game Over

  • พลังสแตมินา / ทรัพยากรการกระทำ
    การโจมตี กลิ้ง และป้องกันมักใช้ทรัพยากรร่วมกัน ถ้าคุณเผาผลาญทุกอย่างไปกับการโจมตี แล้วศัตรูสวนกลับตอนนั้นพอดี คุณจะไม่เหลืออะไรให้ป้องกันตัวเลย

  • คูลดาวน์ของสกิล
    จะใช้ท่าไม้ตายใส่ศัตรูฝูงเล็ก ๆ ตอนนี้ หรือเก็บไว้สำหรับมินิบอสหรือหัวหน้าด่านข้างหน้า? การบริหารจังหวะการใช้สกิลที่ดีสามารถเปลี่ยนสถานการณ์วิกฤตให้กลายเป็นชัยชนะได้ทันที

ระบบทุกอย่างถูกออกแบบให้หมุนรอบแนวคิด “เสี่ยงแค่ไหน จ่ายเท่านั้น” หากคุณโลภมากเกินไป คุณอาจตายเพราะหวังเพียง “อีกหนึ่งฮิตสุดท้าย” แต่ถ้าเล่นเซฟเกินไป ศัตรูจะมีโอกาสใช้ความผิดพลาดเล็ก ๆ ของคุณเล่นงานคุณกลับ


การพัฒนาอัศวินและรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย

Immortal: Dark Slayer ไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียวให้เดิน แต่เปิดโอกาสให้คุณ สร้างสไตล์การเล่นของตัวเอง ผ่านการอัปเกรดตัวละครและอุปกรณ์

การเลเวลและค่าสเตตัส

การกำจัดศัตรูและหัวหน้าด่านจะให้ค่าประสบการณ์หรือทรัพยากรสำหรับอัปเกรด คุณสามารถเลือกเพิ่ม:

  • ค่าพลังชีวิต ให้ถึกขึ้น ตายยากขึ้น

  • พลังโจมตี เพื่อให้ศัตรูล้มไวขึ้น

  • สแตมินา หรืออัตราฟื้นตัว เพื่อให้กลิ้งและโจมตีได้ต่อเนื่อง

  • ค่าต้านทาน เช่น ไฟ พิษ หรือพลังมืด จากศัตรูประเภทต่าง ๆ

ทุกแต้มที่ลงทุนมีผลต่อการเล่นจริง ไม่มีการอัปแบบ “เสียของ”

อาวุธ ชุดเกราะ และเครื่องราง

ระหว่างการสำรวจ คุณจะได้พบของสวมใส่มากมาย:

  • อาวุธหลัก – ดาบ ขวาน หอก อาวุธสองมือ ฯลฯ

    • แต่ละแบบมีระยะ ความเร็ว และแพทเทิร์นการฟันต่างกัน

    • บางอันเหมาะกับการลุยเดี่ยว บางอันเหมาะกับสู้เป็นกลุ่ม

  • โล่และอาวุธรอง – สำหรับสายสายแทงก์หรือคนที่ชอบรับแล้วสวน

  • แหวน เครื่องราง และของสวมใส่พิเศษ

    • เพิ่มความแรง

    • เพิ่มการฟื้นเลือด

    • ลดดาเมจที่ได้รับ

    • เพิ่มสแตมินา หรือใส่เอฟเฟ็กต์พิเศษอีกมากมาย

เกมสนับสนุนให้คุณลองสลับอาวุธและชุดเกราะ เพื่อหาสิ่งที่เหมาะกับมือที่สุด

ตัวอย่างสายการเล่นยอดนิยม

แม้คุณจะผสมผสานได้อย่างอิสระ แต่ส่วนใหญ่จะออกมาในแนว:

  • กำแพงเหล็ก (สายถึก)
    เกราะหนัก โล่ใหญ่ โจมตีช้าแต่แน่น คุณจะเดินช้าแต่แทบไม่กลัวใคร

  • นักเต้นใบมีด (สายเร็ว)
    เกราะเบา อาวุธไว กลิ้งหลบถี่ยิบ ถ้าอ่านจังหวะโดน คุณจะดูเหมือนเงาที่ไม่มีใครฟันถูก

  • อัศวินแห่งความมืด (สายผสม)
    รวมการโจมตีประชิดกับสกิลสายมืด ทำดาเมจสะสม คุมพื้นที่ หรือดีบัฟศัตรูให้ยืนไม่ติด

การเปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนอาวุธกลางทาง ยังทำให้การเล่นรอบเดียวกันรู้สึกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ⚔️


โลกที่ถูกกลืนด้วยความมืด: บรรยากาศและการออกแบบด่าน

ความสนุกของ Immortal: Dark Slayer ไม่ได้อยู่แค่การฟันศัตรู แต่ยังอยู่ใน บรรยากาศและการออกแบบโลก ที่ชวนให้สำรวจและตีความ

คุณจะได้เดินผ่านสถานที่อย่างเช่น:

  • ป้อมปราการผุพัง
    กำแพงแตกหัก ธงประจำตระกูลฉีกขาดเกือบหลุดจากเสา หอคอยที่ไม่มีใครคอยเฝ้าอีกต่อไป

  • สุสานรกร้าง
    หลุมศพแตกเปิด กระดูกโผล่พ้นดิน หมอกหนา และเสียงกระดูกเสียดสีกันในความมืด

  • ป่าต้องสาป
    ต้นไม้บิดเบี้ยวเหมือนกำลังมองคุณ ลมพัดเสียงหอนคล้ายคำเตือน และสัตว์ประหลาดที่เดินหลงมาจากฝันร้าย

  • มหาวิหารที่ถูกย่ำยี
    กระจกสีแตกเป็นเสี่ยง ๆ แท่นบูชาที่เปื้อนเลือด และรูปปั้นนักบุญที่ถูกบิดให้กลายเป็นปีศาจ

มุมมองจากด้านบนช่วยให้คุณมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ดาบที่ปักทิ้งไว้บนศพ รูนประหลาดบนพื้น หรือร่องรอยของการสู้ตายครั้งสุดท้ายของเหล่าทหารที่พยายามหยุดยั้งความมืด


การต่อสู้กับบอส: บททดสอบที่แท้จริงของอัศวิน 💀

แน่นอนว่าเกมแนวนี้จะขาด บอสสุดโหด ไปไม่ได้ Immortal: Dark Slayer อัดแน่นไปด้วยการต่อสู้ระดับหัวหน้าด่านที่ทั้งกดดัน ท้าทาย และน่าจดจำ

บอสในเกมมักจะ:

  • มีหลายเฟส ยิ่งใกล้ตายยิ่งโจมตีโหดขึ้น

  • เพิ่มลูกเล่นในสนาม เช่น วงเวทย์อันตราย พื้นระเบิด หรือเรียกลูกน้องมาช่วย

  • ลงโทษความใจร้อนอย่างหนัก ถ้าคุณโลภเกินไปหนึ่งจังหวะก็อาจจบเกมได้

เพื่อเอาชนะ คุณต้อง:

  • สังเกตแพทเทิร์นการโจมตี – ฟันวืด ฟันหนัก ฟันกวาด พุ่งชน ยิงไกล ฯลฯ

  • ฟังเสียงและดูท่าทางก่อนบอสจะใช้ท่ารุนแรง

  • รู้ว่า “ตอนไหนควรฮีล ตอนไหนควรหนี” ไม่ใช่ฮีลมั่ว ๆ แล้วโดนสวนตาย

  • ยอมรับว่าบางครั้งต้องตายหลายรอบกว่าจะเข้าใจรูปแบบทั้งหมด

เมื่อคุณล้มบอสตัวที่เคยคิดว่า “ไม่มีทางฆ่าได้แน่” ลงได้ในที่สุด ความรู้สึกนั้นจะทั้งโล่งใจ ภูมิใจ และอยากเล่นต่อทันที 💪


ทริกและคำแนะนำสำหรับผู้เล่นใหม่ 👇

ถ้าคุณไม่คุ้นกับเกมยาก ๆ แบบนี้ อาจรู้สึกเกร็งหน่อยในช่วงแรก แต่นี่คือเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเริ่มต้นง่ายขึ้น

1. อย่าวิ่งพ突เข้าไปทุกห้อง

แทนที่จะพุ่งเข้าไปมั่ว ๆ ให้:

  • แอบมองดูว่ามีศัตรูกี่ตัว อยู่ตรงไหน

  • พยายามดึงออกมาสู้ทีละตัวหรือกลุ่มเล็ก

  • จัดการศัตรูที่ยิงไกลหรือปล่อยสกิลก่อน เช่น นักธนูหรือพวกเวท

ความใจเย็นช่วยลดจำนวนครั้งที่คุณต้องตายได้เยอะมาก 😉


2. โฟกัสอาวุธเดียวให้ชำนาญก่อน

แทนที่จะสลับอาวุธไปมาเพื่อความเท่ ลองเลือกอาวุธที่รู้สึก "มือขึ้น" แล้วฝึกใช้ให้คล่อง:

  • จำระยะฟันได้แม่น

  • รู้ว่ากว่าจะฟันจบหนึ่งทีใช้เวลากี่วินาที

  • รู้ว่าฟันกี่ทีแล้วสแตมินาจะหมด

เมื่อคุณรู้จักอาวุธของตัวเองดีพอ คุณจะรู้ทันทีว่าจังหวะไหน “ปลอดภัยพอให้ฟันเพิ่ม” หรือ “ต้องกลิ้งแล้ว”


3. ดูแอนิเมชันของศัตรูให้เป็น

ศัตรูแทบทุกตัวจะมี “ท่าบอก” ก่อนออกไม้ใหญ่ เช่น:

  • ยกแขนหรืออาวุธขึ้นเตรียมฟัน

  • ตัวเปล่งแสงแปลก ๆ ก่อนปล่อยสกิล

  • มีเสียงคำรามหรือเสียงชาร์จที่ฟังออกชัดเจน

เมื่อคุณเริ่มรู้ทัน สุดท้ายจะกลายเป็นว่าคุณ “เต้นไปพร้อมกับศัตรู” มากกว่าจะสู้แบบมั่ว ๆ


4. อัปเกรดแบบสมดุล

ตอนอัปค่าสเตตัส:

  • ถ้าตายสองทีจอด → เพิ่มเลือด/ป้องกัน

  • ถ้าฟันมอนนานมากกว่าจะตาย → เพิ่มดาเมจ

  • ถ้าหอบบ่อย กลิ้งไม่ทันใจ → เพิ่มสแตมินาหรือฟื้นสแตมินา

สายสุดโต่ง (ถึกมากแต่ตีเบา หรือแรงมากแต่บางมาก) เล่นได้ แต่เหมาะกับคนที่คุ้นระบบแล้ว สำหรับรอบแรก สายสมดุลสบายสุด


5. ยอมรับให้ได้ว่า “การตาย = บทเรียน” ☠️

ในเกมนี้ การตายถือเป็นส่วนหนึ่งของวงจรเรียนรู้:

  • ตายเพราะโดนท่าใหม่ → ต่อไปคุณจะรู้ทัน

  • ตายเพราะโลภโจมตี → รอบหน้าอาจเล่นเน้นปลอดภัยมากขึ้น

  • ตายเพราะเข้าไปทั้งที่เลือดน้อย → จะจำว่าไม่ควรเสี่ยงเกินเหตุอีก

ถ้ามองการตายเป็น “ข้อมูล” แทนที่จะเป็น “ความล้มเหลว” คุณจะสนุกกับเกมมากขึ้นหลายเท่า


FAQ – คำถามที่พบบ่อย

1. Immortal: Dark Slayer ยากไหม?

ยากครับ/ค่ะ แต่เป็น “ยากแบบมีเหตุผล” ศัตรูตีแรงจริง แต่ก็มีแพทเทิร์นชัดเจน ถ้าคุณยอมสังเกตและฝึกฝน คุณจะรู้สึกได้ว่าตัวเองเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ตัวละคร


2. มือใหม่แนวเกมแบบนี้เล่นได้ไหม?

เล่นได้ ถ้าคุณพร้อมจะ:

  • ตายหลายรอบ

  • ลองใหม่หลายครั้ง

  • เรียนรู้จากความผิดพลาด

ข้อดีคือระบบบังคับไม่ยาก มุมมองชัดเจน ทำให้เกมแนวโหดแบบนี้เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ 😄


3. การเลือกสาย/สเตตัสสำคัญแค่ไหน?

สำคัญมาก เพราะ:

  • อาวุธที่เลือกจะกำหนดระยะและสไตล์การบู๊

  • ค่าเลือด ค่าแรง และค่าต้านทานต่าง ๆ มีผลชัดเจน

  • ชุดเกราะและเครื่องรางเสริมจุดเด่นหรืออุดจุดอ่อนของคุณ

ไม่มีสายที่ “ดีที่สุด” มีแต่สายที่เหมาะกับสไตล์ของคุณที่สุด


4. เกมเป็นเส้นตรงหรือมีทางแยก?

มีเส้นทางหลักชัดเจน แต่ก็มี:

  • เส้นลับ

  • ห้องลับ

  • บอสทางเลือก

  • ทางลัดที่ต้องสังเกตเอง

ยิ่งคุณสำรวจมากเท่าไร คุณจะพบของดีและเรื่องราวเบื้องหลังโลกนี้มากเท่านั้น


5. การสำรวจสำคัญไหม?

สำคัญมาก:

  • คุณอาจพลาดอาวุธหรือเครื่องรางสุดแจ่ม

  • พลาดทางลัดที่ช่วยให้ไม่ต้องวิ่งผ่านด่านเดิมซ้ำ ๆ

  • พลาดชิ้นส่วนเนื้อเรื่องที่เสริมความอินให้กับโลกของเกม

อย่ากลัวทางตัน บางทีประตูที่คิดว่า “ไม่มีอะไรหรอก” อาจซ่อนของดีหรือทางไปหาบอสลับก็ได้ 😉


6. เกมมีแค่การสู้รบหรือมีเนื้อเรื่องจริงจัง?

มีเนื้อเรื่อง แต่เล่าแบบ “แฝง” มากกว่าตรง ๆ ถ้าคุณชอบอ่านคำอธิบายไอเทม สังเกตรายละเอียดฉาก และค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์เอง คุณจะยิ่งรักบรรยากาศของเกมนี้


7. เล่นจบแล้วเล่นซ้ำคุ้มไหม?

คุ้ม เพราะ:

  • เปลี่ยนสาย เปลี่ยนอาวุธ = เกมเพลย์เปลี่ยนแทบทั้งหมด

  • บอสที่เคยต้องบล็อกตลอด อาจกลายเป็นการเต้นหลบไปมาแบบสวย ๆ

  • คุณอาจลองสำรวจเส้นทางที่เคยเมินไปในรอบแรก


8. ต้องเป็นคนมือไวมากไหมถึงจะเล่นได้?

มือไวช่วยได้ แต่ไม่จำเป็นที่สุด สิ่งสำคัญคือ:

  • การอ่านแพทเทิร์น

  • การวางแผน

  • การรู้ว่า “เมื่อไหร่ควรเสี่ยง เมื่อไหร่ควรถอย”

ถ้าคุณคิดเป็นและไม่ใจร้อนเกินไป คุณจะผ่านด่านโหด ๆ ได้แน่นอน


เหมาะกับใคร?

Immortal: Dark Slayer จะถูกใจเป็นพิเศษถ้าคุณ:

  • ชอบโลกแฟนตาซีมืดหม่น โทนกอธิก อารมณ์อาณาจักรล่มสลาย

  • ต้องการเกมที่ท้าทายจริง ไม่ถือมือให้ผู้เล่น

  • สนุกกับการลองอาวุธใหม่ สายการเล่นใหม่ และการสร้างตัวละคร

  • รู้สึกภูมิใจเวลา “ผ่านด่านยาก ๆ ด้วยฝีมือตัวเอง”

นี่คือเกมที่แม้คุณจะปิดไปแล้ว แต่ยังคิดถึงอยู่ในหัว – คิดถึงบอสที่ยังไม่ชนะ เส้นทางที่ยังไม่ได้สำรวจ หรืออาวุธใหม่ที่อยากลองใช้ 😤🔥


สรุป – โอบกอดความมืด แล้วครองดาบของคุณให้ได้ ⚔️

Immortal: Dark Slayer นำความดิบ โหด และความกดดันของเกมแอ็กชันแนวท้าทาย มาผสมกับมุมมองจากด้านบนและระบบควบคุมที่ลื่นไหล สร้างประสบการณ์ที่ทั้งตึง เครียด แต่ก็โคตรสะใจในเวลาเดียวกัน

ในฐานะ Fallen Knight คุณไม่ได้สู้แค่กับปีศาจและซากศพเดินได้ แต่ยังสู้กับความสิ้นหวังของโลกใบนี้ และกับ “ขีดจำกัด” ของตัวคุณเองในฐานะผู้เล่น

ถ้าคุณกำลังมองหาเกมแอ็กชัน RPG ที่มีบรรยากาศเข้มข้น การต่อสู้ที่ต้องใช้ฝีมือจริง และทุกชัยชนะรู้สึกมีความหมาย Immortal: Dark Slayer คือสนามทดสอบที่พร้อมรอคุณอยู่

สวมเกราะที่บุบสลาย หยิบดาบที่เต็มไปด้วยรอยบาดแผล แล้วชูโล่ขึ้นมาให้มั่นคง

เพราะอาณาจักรที่มืดมิดแห่งนี้… จะไม่มีวันรอด หากไม่มีใครยอมลุกขึ้นสู้ 💀⚔️

Comments

No comments yet. Be the first to comment!

อมตะ: นักฆ่าแห่งความมืด (Immortal: Dark Slayer) | EasyHub.games